-_

2008/Apr/25



- บนถนนสายเปลี่ยวแถบชานเมืองในยามดึกแบบนี้ ไม่ค่อยมีรถราวิ่งผ่านไปมามากนัก
หญิงสาววัยไม่เกินสามสิบยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เพื่อหลบสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า
เธอสวมเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาว โดยสวมเสื้อนอกสีดำทับอีกตัวหนึ่ง กระโปรงที่เธอใส่เป็นกระโปรงยีนส์
ข้างกายของเธอมีกระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่วางอยู่ เธอยกนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือมาดู มันบอกเวลาห้าทุ่มสิบสี่นาที -


- เขาขับรถผ่านมาทางถนนสายนี้เป็นประจำ เขาชอบถนนนอกตัวเมืองที่ไม่มีรถวิ่งมากนัก เขาเกลียดรถติด
แต่บางทีเขาก็เลี่ยงมันไม่ได้ ชายหนุ่มวัยกลางคนอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์
เขากำลังมองที่ปัดน้ำฝนที่กำลังเริ่มทำหน้าที่ของมัน เขาชอบน้ำฝน ชอบความเย็นของบรรยากาศหลังฝนตกใหม่ๆ
แสงไฟจากรถยนต์สาดไปกระทบเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง เขาชะลอความเร็ว -


- รถแท็กซี่มิเตอร์สีเขียวเหลืองคันหนึ่งจอดสนิทอยู่เบื้องหน้าของเธอ เธอเปิดประตูรถเข้าไป "เอ่อ พี่คะ ไปสนามบินมั้ยคะ"
คนขับพยักหน้า เธอหันไปหยิบกระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่ ก่อนที่จะเปิดประตูหลังแล้วขึ้นไปนั่งอย่างลำบากยากเย็น
ในความมืดซึ่งมีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทางคอยส่องเข้ามาในรถเป็นระยะ
เธอพยายามเพ่งมองไปที่บัตรประจำตัวคนขับรถซึ่งติดอยู่ด้านหน้า คนขับรถเป็นชายวัยกลางคน ผิวสีดำแดง
ชื่อนายสะพัด หอมสะอาด ภูมิลำเนาของเขาคือจังหวัดสกลนคร เขาก็คงจะเหมือนกับคนขับแท็กซี่คนอื่นๆ ที่จากบ้านเกิดมา
เพื่อไขว่คว้าหาชีวิตที่ดีกว่าในเมืองกรุง หญิงสาวเอนกายลงพิงพนักเบาะ เธอหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า
ยังดีที่แท็กซี่คันนี้ไม่เปิดวิทยุเสียงดังเหมือนคันอื่นๆ ที่เธอเคยนั่ง ยังดีที่คนขับแท็กซี่คนนี้ไม่ช่างพูดช่างคุยเหมือนกับคนอื่นๆ
ที่เธอเคยเจอ เพราะในตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการคือพักผ่อน ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง -


- เขาเพิ่งรับผู้โดยสารขึ้นมาบนรถ อาชีพของเขาต้องพบกับคนแปลกหน้าเป็นประจำ บางคนก็ช่างพูดช่างคุย
เขาเบื่อคนพวกนี้เหลือเกิน คนเราถ้าไม่เคยรู้จักหรือสนิทสนมกันมาก่อนแล้ว ก็ไม่ควรจะมานั่งไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกัน
ราวกับว่ารู้จักกันมานาน "พี่ครับ ขับแท็กซี่นี่ รายได้ดีมั้ยครับ" , "ปรกติ พี่ขับอยู่แถวนี้เหรอครับ" , "เคยเจอผู้โดยสารแปลกๆ มั้ยพี่"
คือคำถามที่เขาเจอบ่อยๆ เขาไม่คนไม่ช่างพูด ไม่ชอบฟังเพลง เขาชอบความเงียบ เขาจึงคิดว่าเป็นโชคดีของเขาเหลือเกิน
ที่เลือกรับผู้โดยสารหญิงคนนี้ขึ้นมา เส้นทางไปยังจุดหมายปลายทางของเธอนั้นยังอีกไกล สายฝนปรอยยังคงตกลงมาแบบไม่ขาดสาย
แล้วเขาก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง กลิ่นที่เขาคุ้นเคยดี เพียงแต่ตอนนี้เขารู้สึกว่ากลิ่นนั้นมันรุนแรงขึ้น เขามองกระจกหลัง
เห็นหญิงสาวกำลังนอนหลับอยู่ที่เบาะหลัง จะเป็นอะไรไหมนะ หากเขาจะจอดรถที่ข้างทางสักครู่ -


- หญิงสาวรู้สึกตัวขึ้นพร้อมกับความรู้สึกว่ารถหยุดลง เธอไม่สามารถรู้ได้ว่ารถจอดอยู่ที่นี่เป็นเวลานานเท่าไหร่แล้ว
เธอมองไปที่นั่งด้านคนขับก็พบว่าโชเฟอร์คนนั้นได้หายตัวไปแล้ว มองผ่านกระจกรถออกไปทางด้านขวามือยังคงเป็นถนนอยู่
แต่ทางด้านซ้ายเป็นทุ่งหญ้าเปลี่ยวที่รกร้าง ไร้ผู้คน เวลาผ่านไปไม่นาน คนขับรถวิ่งฝ่าสายฝนมาจากทางด้านหลังรถ
"ขอโทษนะครับ ที่ทำให้ตกใจ ผมไปเช็คถังแก๊สด้านหลังรถมาน่ะครับ พอดีได้กลิ่นแปลกๆ เหมือนกลิ่นแก๊สรั่ว"
คือประโยคแรกที่เขาเอ่ยหลังจากขึ้นมานั่งประจำที่คนขับแล้ว หญิงสาวทำจมูกฟุดฟิด พยายามสูดหากลิ่นแปลกปลอม
"อ๋อ สบายใจได้ครับ ผมเช็คดูแล้วไม่มีอะไรผิดปรกติ กลิ่นคงจะมาจากทางด้านนอกน่ะครับ" เขายิ้ม รถเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้งหนึ่ง
หญิงสาวรู้ดีว่ากลิ่นที่เขาพูดถึงไม่ใช่กลิ่นแก๊สรั่ว อันที่จริงแล้วมันไม่คล้ายกลิ่นแก๊สด้วยซ้ำไป เพราะตัวเธอเองก็เริ่มได้กลิ่นที่ว่านั่นเหมือนกัน
มันเป็นกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ...ซากศพมนุษย์ที่อยู่ในกระเป๋าสีดำใบใหญ่ของเธอเอง -


- เขาขับรถไปตามทางเรื่อยๆ หลังจากที่จอดรถเช็คของที่อยู่ในกระโปรงหลังรถเรียบร้อยแล้ว กลิ่นเหม็นนั่นคงเกิดจากการที่เขามัดปากถุงไม่แน่น
จึงทำให้สิ่งที่อยู่ข้างในถุงส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลออกมา 'สิ่งที่อยู่ข้างใน' ที่ว่า เขาเพิ่งจัดการชำแหละมันไปก่อนที่จะออกมาขับรถในคืนนี้
'สิ่งที่อยู่ข้างใน' ที่ว่า เคยเป็นผู้โดยสารในคืนก่อนของเขา ก่อนที่ตอนนี้จะกลายเป็นเศษเนื้ออยู่ในถุงสีดำข้างหลังกระโปรงรถ
เขาชอบฝน....เพราะเขาคิดว่ามันช่วยชะล้างกลิ่นคาวเลือดที่ติดอยู่ตามร่างกายของเขาในยามที่เขาเชือดเหยื่อได้
เขาชอบบรรยากาศในตอนที่ฝนหยุดตกใหม่ๆ เขาคิดว่าบรรยากาศแบบนั้น...เหมาะกับการฆ่าเป็นที่สุด -


- ซากศพมนุษย์ที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่ของหญิงสาว เป็นผู้ชายที่มากไปด้วยตัณหา เขาเป็นคนขับแท็กซี่ให้เธอในคืนก่อน
เธอหว่านเสน่ห์โดยการปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกสองเม็ด ก่อนที่เขาจะเลี้ยวรถเข้าไปในมุมมืด เธอยั่วยวนเขาจนเขาทนไม่ไหว
และในขณะที่เขากำลังสนุกอยู่กับเรือนร่างของเธอบนเบาะหลัง เธอก็ค่อยๆ หยิบไขควงออกมาจากกระเป๋าเดินทางของเธอ
ก่อนที่จะทิ่มมันเข้าไปที่กลางแผ่นหลังของเขาอย่างสุดแรง เขาแหกปากร้องลั่นพร้อมกับดิ้นพล่าน อารมณ์กำหนัดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
เธอทิ่มไขควงเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของเขาจนทะลุออกไปทางด้านหลัง เสียงร้องโหยหวนของเขาไม่อาจทำให้ใครได้ยินได้
เพราะเขาเป็นคนเลือกที่ตายด้วยตนเอง ที่ตรงนั้นห่างไกลจากชุมชนมาก คงมีเพียงหญ้ารกชันที่ขึ้นอยู่เต็มไปหมดกับตัวเธอเท่านั้น
ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาพยายามเปิดประตูออกไปนอกตัวรถ เธอค่อยๆ หยิบปืนออกมาจากกระเป๋าใบเดิม
กระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่ที่เธอชอบลากมันไปไหนมาไหนด้วย กระเป๋าที่ใช้ใส่สัมภาระมากมาย เธอเป็นนักเดินทาง
แต่ละการเดินทางของเธอจะจบลงด้วยเลือด และความตายเสมอ หญิงสาวกดปากกระบอกปืนลงบนหัวของเขาก่อนที่จะออกแรงเหนี่ยวไก -


- อีกครั้งที่เขามองกระจกหลัง ร่างของหญิงสาวยังคงนอนอยู่บนเบาะหลังอย่างสบาย กระดุมสองเม็ดบนของเธอถูกคลายออก
เม็ดฝนเริ่มจะซาลงแล้ว บางทีก่อนที่เขาจะลงมือสังหารเหยื่อในคืนนี้ เขาอาจจะมีเรื่องสนุกทำก่อนก็ได้
เขาคิดในใจก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าไปยังซอยเปลี่ยวที่ไร้ร้างผู้คน -






'วราห์ชา'
25 เมษายน 2551


Comment

Comment:

Tweet


ที่เหลือก็วัดดวงกันละ
#3 by องุ่น (124.121.18.183) At 2008-05-17 21:28,
#2 by อ (124.121.18.183) At 2008-05-17 21:28,
ใครจะโดนเก็บก่อนกันละเนี่ย sad smile
#1 by Sid (124.121.91.47) At 2008-04-25 19:52,